stock ตอนที่2

รายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี SET50

สามารถเข้าไปดูได้ ที่นี่ ซึ่งเป็นข้อมูลของเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading System)

วิธีการซื้อขายหลักทรัพย์

การคำนวณหาราคาเปิดและราคาปิด

การจัดเรียงลำดับคำสั่งซื้อขาย

การจับคู่การซื้อขาย


ตลาดหลักทรัพย์ เปิดให้มีการซื้อขายครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2518 ภายใต้วิธีการซื้อขายแบบประมูล ราคาอย่างเปิดเผย (Open Auction) ด้วยวิธีเคาะกระดานในห้องค้าหลักทรัพย์ (Trading Floor)

ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2534 ตลาดหลักทรัพย์ได้นำระบบการซื้อขายด้วยคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าระบบ ASSET (Automated System for the Stock Exchange of Thailand) มาใช้แทน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ความรวดเร็ว และรองรับกับปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว เป็นระบบกระจายศูนย์ (Distributed System)

วิธีการซื้อขายหลักทรัพย์

ผู้ลงทุนสามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ได้ 2 วิธี ได้แก่

Automatic Order Matching (AOM)

เป็นวิธีการซื้อขายที่ผู้ซื้อและผู้ขาย ส่งการเสนอซื้อและเสนอขายด้วยคอมพิวเตอร์ ผ่านเข้ามายังระบบ การซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ โดยที่ระบบคอมพิวเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์ จะทำการเรียงลำดับ และจับคู่คำสั่งซื้อขายให้โดยอัตโนมัติ

1.1 การจัดเรียงลำดับคำสั่งซื้อขาย

เมื่อสามารถส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามา ระบบการซื้อขายจะเก็บคำสั่งซื้อขายไว้ ตั้งแต่เวลาที่ส่งคำสั่งซื้อขาย จนถึงสิ้นวันทำการ และจัดเรียงคำสั่งซื้อขายตามลำดับของราคาและเวลาที่ดีที่สุด (Price then Time Priority) โดยมีหลักการคือ

(1) คำสั่งซื้อที่มีราคาเสนอซื้อสูงที่สุด จะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่ง
และถ้ามีราคาเสนอซื้อที่สูงกว่าถูกส่งเข้ามาใหม่ จะจัดเรียงราคาเสนอซื้อที่สูงกว่า เป็นการเสนอซื้อในลำดับแรกก่อน และถ้ามีการเสนอซื้อในแต่ละราคา มากกว่าหนึ่งรายการ ให้จัดเรียงตามเวลา โดยการเสนอซื้อ ที่ปรากฏในระบบการซื้อขายก่อน จะถูกจัดไว้เป็นการเสนอซื้อในลำดับก่อน

(2) คำสั่งขายที่มีราคาเสนอขายต่ำที่สุด จะถูกจัดเรียงไว้ในลำดับที่หนึ่ง
และถ้ามีราคาเสนอขายที่ต่ำกว่าถูกส่ง เข้ามาใหม่จะจัดเรียงราคาเสนอขายที่ต่ำกว่า เป็นการเสนอขายในลำดับแรกก่อน และถ้ามีการเสนอขาย ในแต่ละราคามากกว่าหนึ่งรายการ ให้จัดเรียงตามเวลาโดยการเสนอขาย ที่ปรากฏในระบบการซื้อขาย ก่อนจะถูกจัดไว้เป็นการเสนอขายในลำดับก่อน

 


1.2 การคำนวณหาราคาเปิด (Opening Price) และการคำนวณหาราคาปิด (Close Price)

ตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดให้ คำนวณราคาเปิดหรือปิดใช้วิธี Call Market ในเวลาเปิดหรือปิดทำการซื้อขาย ที่ได้จากวิธีการแบบสุ่มเลือกเวลา (Random Time)

โดยตลาดหลักทรัพย์จะกำหนดช่วงเวลาให้บริษัทสมาชิก ส่งคำสั่งซื้อขายที่ระบุราคา แบบไม่มีเงื่อนไข ยกเว้นคำสั่งซื้อขายแบบ ATO (คำสั่งที่ต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ราคาเปิด) หรือ ATC (คำสั่งที่ต้องการซื้อ ขายหลักทรัพย์ที่ราคาปิด) เข้ามาในระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์

โดยยังไม่มีการจับคู่ แต่ระบบการซื้อขายจะนำคำสั่ง ซื้อขายทั้งหมดมาคำนวณเพื่อหา ราคาเปิดหรือราคาปิด จากนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาที่กำหนดระบบจะมีการ Random เพื่อหาเวลาเปิด หรือปิดการซื้อขาย

หลักการคำนวณหาราคาเปิด/ราคาปิด ตลาดหลักทรัพย์ได้นำวิธี Call Market มาใช้ในการคำนวณหา ราคาเปิด / ปิด ดังนี้

(1) เป็นราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุดเมื่อแรกเปิดทำการซื้อขายประจำวัน

(2) ในกรณีที่ราคาตาม (1) มีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียง ราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย ในวันทำการก่อนหน้ามากที่สุด

(3) ในกรณีที่ราคาตาม (2) มีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคาที่สูงกว่า


1.3 การจับคู่การซื้อขาย (Matching)

เมื่อคำสั่งซื้อขายผ่านเข้ามาในระบบซื้อขายแล้ว ระบบซื้อขายจะตรวจสอบว่าคำสั่งนั้น สามารถจับคู่กับคำสั่ง ด้านตรงข้ามได้ทันทีหรือไม่

ถ้าคำสั่งนั้นสามารถจับคู่ได้ทันที ระบบก็จะทำการจับคู่ให้ แต่ถ้าคำสั่งนั้น ไม่สามารถจับคู่ได้ ระบบจะจัดเรียงคำสั่ง ซื้อขายนั้นตามหลักการ Price then Time Priority ตามที่กล่าวข้างต้น

Put-through (PT)

เป็นการซื้อขายที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้ทำการต่อรองเพื่อตกลงซื้อขายกัน (Dealing) แล้วจึงบันทึกรายการซื้อขายนั้นเข้ามา ในระบบซื้อขาย (Put-through)

โดยที่การซื้อขายแบบ PT จะไม่นำกฎเกณฑ์ในเรื่อง การกำหนด Ceiling & Floor และ ช่วงราคา (Spread) มาใช้ และบริษัทสมาชิกสามารถประกาศ โฆษณา (Advertise) การเสนอซื้อหรือ เสนอขายของตน ผ่านระบบการซื้อขายได้

การซื้อขายภายใต้ระบบ PT สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

(1) การซื้อขายระหว่างสมาชิก (Two-firm Put-through) มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญดังนี้

หากมีการตกลงซื้อขายกันแล้ว ให้สมาชิกผู้ขายบันทึกรายการซื้อขายเข้ามาในระบบการซื้อขายก่อน จากนั้นให้สมาชิกผู้ซื้อทำการรับรองรายการซื้อขาย (Approve)

โดยจะต้องบันทึกรายการซื้อขาย เข้ามาในระบบภายใน 15 นาที นับตั้งแต่มีการตกลงซื้อขายกัน หากบันทึกรายการซื้อขายดังกล่าวไม่ทัน ในช่วงเวลาซื้อขายนั้นๆ ให้บันทึกเข้ามาภายใน 15 นาทีแรกของช่วงเวลาซื้อขายถัดไป

หลังจากผู้ซื้อ Approve รายการแล้ว รายการซื้อขายดังกล่าวจะถูกบันทึกเข้ามายังระบบซื้อขายของ ตลาดหลักทรัพย์

(2) การซื้อขายโดยสมาชิกผู้ซื้อและผู้ขายเป็นรายเดียวกัน (One-firm Put-through)มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญดังนี้

หากมีการตกลงซื้อขายกัน ให้สมาชิกบันทึกรายการซื้อขายเข้ามายังตลาดหลักทรัพย์ภายใน 15 นาที นับตั้งแต่มีการตกลงซื้อขายกัน หาก Key รายการซื้อขายดังกล่าวไม่ทันในช่วงเวลา ซื้อขายนั้นๆ ให้ Key เข้ามาภายใน 15 นาทีแรกของช่วงเวลาซื้อขายถัดไป

 

เวลาทำการซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Hours)

ตลาดหลักทรัพย์กำหนดช่วงเวลา สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ประจำวัน ดังนี้

ช่วงเวลาการซื้อขาย
หมายเหตุ
9.30 น. – T1
Pre-opening I

T1 เป็นเวลาที่ได้รับการสุ่มเลือกเวลา เพื่อเลือกหาเวลาเปิดในช่วง 9.55 – 10.00 น. และเป็นช่วงเวลาที่ให้สมาชิก ส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามา เพื่อให้ระบบ การซื้อขายนำคำสั่งซื้อขายทั้งหมด มาเรียงลำดับและคำนวณหา ราคาเปิดสำหรับ การซื้อขายในช่วงเช้า ของแต่ละหลักทรัพย์

T1 – 12.30 น.
Trading Session I

ช่วงเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงเช้า

12.30 – 14.00 น.
Intermission

ช่วงเวลาพักการซื้อขายระหว่างวัน

14.00 น.- T2
Pre-opening II

T2 เป็นเวลาเปิด ที่ได้รับจากการสุ่มเลือกเวลา เพื่อเลือกหาเวลาเปิด ในช่วง 14.25 – 14.30 น. และเป็นช่วงเวลาที่ให้สมาชิก ส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามา เพื่อให้ระบบการซื้อขาย นำคำสั่งซื้อขายทั้งหมด มาเรียงลำดับ และคำนวณหาราคาเปิด สำหรับการซื้อขายในช่วงบ่าย ของแต่ละหลักทรัพย์

T2 – 16.30 น.
Afternoon Trading
Session
ช่วงเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงบ่าย
16.30 น. – T3
Call Market

เป็นช่วงเวลาที่ให้สมาชิกส่งคำสั่งซื้อขาย เข้ามาที่ระบบการซื้อขาย เพื่อให้ระบบการซื้อขาย นำคำสั่งซื้อขายทั้งหมด มาเรียงลำดับ และคำนวณหาราคาปิดของแต่ละหลักทรัพย์ โดยยังไม่มีการจับคู่ซื้อขาย จนกระทั่งระบบได้มีการสุ่มเลือกเวลา เพื่อเลือกหาเวลาปิด (T3) ในช่วง 16.35 – 16.40 น.

T3 – 17.00 น.
Off-hour Trading และ Market Runoff Period

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดรับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วไป แต่อนุญาตให้สมาชิกสามารถดำเนินการ :

1. บันทึกรายการซื้อขาย ภายใต้หลักเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ นอกเวลาทำการ
(Off-hour Trading) โดยซื้อขายด้วยวิธี Put-through เท่านั้น

2. ยกเลิกการซื้อขายหลักทรัพย์ สำหรับการซื้อขายแบบ Put-through ทั้งนี้การยกเลิกดังกล่าว ต้องเป็นที่ยินยอม ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

3. แก้ไขเปลี่ยนแปลงประเภทบัญชีลูกค้า (P/C Flag) โดยสามารถแก้ไขได้ทั้งการ ซื้อขายแบบ Automatic Order Matching และ Put-through

 

การขึ้นเครื่องหมาย (Trading Signs)

ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการขึ้นเครื่องหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ ซึ่งเครื่องหมายดังกล่าวได้แก่

เครื่องหมาย
ชื่อ
ความหมาย
NP
Notice Pending

บริษัทจดทะเบียน มีข้อมูลที่ต้องรายงานและตลาดหลักทรัพย์ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท

NR
Notice Received

ตลาดหลักทรัพย์ได้รับการชี้แจงข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียน ที่ได้มีการ Pending (NP) ไว้แล้วและจะขึ้นเครื่องหมาย NR เป็นเวลา 1 วัน

H
Trading Halt

เป็นเครื่องหมายแสดง การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน เป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้ง มีระยะเวลาไม่เกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหลักเกณฑ์ ในการขึ้นเครื่องหมาย H ดังนี้

  1. มีข้อมูลหรือข่าวสารที่สำคัญ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์
    หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับรายงานจากบริษัท และอยู่ในระหว่างการสอบถามข้อ
    เท็จจริง และรอคำชี้แจงจากบริษัท และตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทสามารถชี้แจง
    ได้ในทันที
  2. ภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง น่าสงสัยว่าจะมีผู้ลงทุนบางกลุ่ม
    ทราบข้อมูลหรือข่าวสารที่สำคัญ และอยู่ในระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงจากบริษัท
    และตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทสามารถชี้แจงได้ทันที
  3. บริษัทร้องขอให้ตลาดหลักทรัพย์ สั่งห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเป็นการชั่วคราว
    เนื่องจากบริษัทอยู่ในระหว่างรอการเปิดเผยข้อมูล หรือข่าวสารที่สำคัญ และตลาด
    หลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทสามารถชี้แจงได้ในทันที
  4. มีเหตุอื่นใด ที่อาจมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น
SP
Trading Suspension

เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้ง มีระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหลักเกณฑ์ ในการขึ้นเครื่องหมาย SP ดังนี้

  1. เมื่อเกิดกรณีเช่นเดียวกับข้อ 1 ถึง 3 ของการขึ้นเครื่องหมาย H และตลาด หลักทรัพย์เห็นว่า บริษัทไม่สามารถชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลได้ในทันที
  2. บริษัทฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดลักทรัพย์
    ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง มติคณะกรรมการ ข้อตกลง ตลอดจนหนังสือเวียน
    ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้บริษัทปฏิบัติตาม
  3. บริษัทไม่นำส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ตลาดลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย NP ไว้บนกระดานของหลักทรัพย์
  4. บริษัทนำส่งงบการเงินล่าช้าติดต่อกัน 3 ครั้ง
  5. หลักทรัพย์อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอน หรืออยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานภาพ เพื่อให้พ้นข่ายการถูกเพิกถอน
  6. หลักทรัพย์จะครบกำหนดเวลาในการไถ่ถอน หรือการแปลงสภาพ หรือการใช้สิทธิหรือการขายคืน
  7. มีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการซื้อขายหลักทรัพย์

เกี่ยวกับเครื่องหมายเอ็กซ์ ( " X " ) และเครื่องหมายอื่นๆ

เครื่องหมาย
ชื่อ
ความหมาย
😄
Excluding Dividend

ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล

XI
Excluding Interest

ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ย (กรณีเป็นพวกหุ้นกู้)

XR
Excluding Right

ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับหุ้นเพิ่มทุนที่จัดสรร

XW
Excluding Warrant

ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรร

XS
Excluding Short Term Warrant

ผู้ซื้อไม่มีสิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิระยะสั้น

XA
Excluding All

ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับ สิทธ์ต่างๆทั้งหมด ที่ออกมาในการประกาศครั้งนี้

DS
Designated Securities

เป็นเครื่องหมายที่แสดงให้นักลงทุนทราบว่า หลักทรัพย์ดังกล่าว มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ และจะต้องซื้อขายด้วยเงินสดเท่านั้น

ที่มาข้อมูล : โสภณ ด่านศิริกุล, หนังสือคัมภีร์หุ้น

หมายเหตุ

หุ้นที่ขึ้นป้าย X_ ตลาดจะประกาศให้ทราบ ก่อนขึ้นเครื่องหมายระยะหนึ่ง เพื่อให้นักลงทุนทราบ ถ้าหุ้นนั้นขึ้นเครื่องหมายแล้ว ผู้ซื้อหุ้นในวันที่มีเครื่องหมายแล้วจะไม่ได้รับสิทธ์ดังกล่าว แต่จะเป็นสิทธิ์ของผู้ที่ครองหุ้นนั้น อยู่ในวันแรกที่ขึ้นเครื่องหมายนี้ (แม้ว่าจะขายหุ้นนั้นออกไปในวันที่ขึ้น X_ วันแรก หรือหลังจากนั้น ก็ยังคงได้รับสิทธ์อยู่)

การกำหนดราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุดของหลักทรัพย์ (Ceiling & Floor)

ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ราคาเสนอซื้อเสนอขายหลักทรัพย์ในแต่ละวัน สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้สูงสุด ได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายในวันทำการก่อนหน้า

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดดังกล่าวได้รับการยกเว้นในกรณีต่อไปนี้

  • เริ่มการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์
  • เป็นการซื้อขายวันแรกที่มีการขึ้นเครื่องหมาย😄, XR, XS หรือ XA
  • หลักทรัพย์นั้นไม่มีการซื้อขายติดต่อกันเกินกว่า 15 วันทำการ
  • หลักทรัพย์นั้นมีราคาต่ำกว่า 1 บาท

สำหรับราคาซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน (Warrant) สามารถเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นสูงสุดหรือลดลงต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของหุ้นสามัญ คูณด้วยสิทธิในการซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน ที่จะได้รับจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 1 สิทธิ

ยกเว้นในกรณีที่หุ้นสามัญมี Ceiling & Floor เป็น 100% ของราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายในวันทำการก่อนหน้า ก็ให้ใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นสูงสุดหรือลดลงต่ำสุดไม่เกิน ร้อยละ 100 ของหุ้นสามัญคูณ ด้วยสิทธิในการซื้อหุ้น หรือหน่วยลงทุนที่จะได้รับจากการใช้สิทธิ ของใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 1 สิทธิ

 หน่วยการซื้อขาย (Board Lot)

ในการเสนอซื้อเสนอขายหลักทรัพย์บนกระดานหลัก บริษัทสมาชิกจะต้องระบุจำนวนหลักทรัพย์ เป็นหน่วยการซื้อขาย (Board Lot) โดยทั่วไปแล้วตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ หนึ่งหน่วยการซื้อขายเท่ากับ 100 หลักทรัพย์ ตัวอย่างเช่น เสนอซื้อหุ้น ABC จำนวน 10 หน่วยการซื้อขาย นั่นคือเท่ากับ 10 หน่วย x100 หุ้น ซึ่งเท่ากับ 1,000 หุ้น

ในกรณีที่หลักทรัพย์มีราคาดั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป เป็นระยะเวลา 6 เดือนติดต่อกัน ตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลง ขนาดของหน่วยการซื้อขาย โดยกำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขายของหลักทรัพย์นั้นเท่ากับ 50 หลักทรัพย์ โดยตลาดหลักทรัพย์จะประกาศให้ทราบเป็นการล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการปรับหน่วยการซื้อขาย

 

ข้อมูลบริษัทหลักทรัพย์

หมายเลข
ชื่อย่อ
ชื่อบริษัท
ที่อยู่
โทรศัพท
เว็บไซต์
1
BLS
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด*

191 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 29 ถ.สีลม บางรัก กทม. 10500

(02) 231-3777

2
TSC
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด *

48/8 ทิสโก้ทาวเวอร์ ชั้น4 ถนนสาทรเหนือ บางรัก กรุงเทพฯ 10500

(02) 633-6999

3
ASL
บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน)*

132 อาคารสินธร 1 ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 263-3733

4
DBSV
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด *

989 อาคารสยามทาวเวอร์ ชั้น 14-15 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 657-7000

5
SICSEC
บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) *

130-132 อาคารสินธร ทาวเวอร์ 2 ชั้น 1-2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 627-3100

6
PHATRA
บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด

252/6 อาคารเมืองไทย-ภัทร 1 ชั้น 6-11ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320

(02) 693-2000

7
BTSEC
บริษัทหลักทรัพย์ บีที จำกัด *

เลขที่ 44 อาคารไทยธนาคาร ชั้น G, 23-26 ซ.หลังสวน ถ.เพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 657-9000

8
AST
บริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็น แอมโร เอเซีย จำกัด (มหาชน) *

175 อาคาร สาธรซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 3 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

(02) 285-1666
(02) 285-1777

9
CSFB
บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ประเทศไทย) จำกัด

เลขที่ 990 อาคารอับดุล ราฮิม เพลส ชั้น 27 ห้องเลขที่ 2701 ถนนพระราม 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

(02) 614-6000

10
IB
บริษัทหลักทรัพย์ ไอบี จำกัด *

132 อาคารสินธร1 ชั้น 1 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 256-7888

11
ASSET
บริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส จำกัด (มหาชน)

193/104 ชั้น 25 , 193/111-115 ชั้น27 อาคารเลครัชดา ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

(02) 661-9999

12
SCIBS
บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด

เลขที่ 898 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ชั้น 8A ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 624-8888

13
KGI
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) *

เลขที่ 323 อาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ ชั้น 23 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500

(02) 231-1111

14
CNS
บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) *

21/3 อาคารไทยวา ทาวเวอร์ ชั้น 1 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120

(02) 285-0060

15
SGACS
บริษัทหลักทรัพย์ เอส จี สินเอเซีย จำกัด

622 อาคารเอ็มโพเรียม ชั้น 11/1-8 ถนนสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

(02) 658-9000

16
NATSEC
บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด *

444 อาคารเอ็มบีเค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 217-9595

18
HSBC-S
บริษัทหลักทรัพย์ เอชเอสบีซี (ประเทศไทย) จำกัด

968 อาคารเอชเอสบีซี ชั้น 8 ถนนพระราม 4 บางรัก กรุงเทพฯ 10500

(02) 614-4900

19
KKS
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด *

500 อาคารอัมรินทร์ทาวเวอร์ ชั้น 7 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 680-2222

22
TRINITY
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด*

179/109-110 อาคารบางกอก ซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 25 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120

(02) 670-9100

23
SCBS
บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด *

130 อาคารสินธร 3 ชั้น 26 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 263-3500

24
SYRUS
บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด*

25 อาคารอัลม่าลิงค์ ชั้น 12 ซอยชิดลม เพลินจิต กทม.10330

(02) 646-9999

25
GLOBLEX
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด*

87/2 อาคาร ซี อาร์ ซี ออลซีซั่นส์ เพลส ชั้น 12 ยูนิตที่ 1-4 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330

(02) 672-5999

26
UOBKHST
บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด

130-132 ชั้น15 อาคารสินธรทาวเวอร์ 3 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 659-8000

27
BFITSEC
บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท จำกัด

25 อาคาร กรุงเทพประกันภัย ชั้น 22 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120

(02) 677-4330

28
INGT
บริษัทหลักทรัพย์ ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด

130-132 อาคารสินธร 1 ชั้น 8 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 263-2888-9

29
AYS
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด *

898 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ 10330

(02) 658-6767

30
IVS
บริษัทหลักทรัพย์
อินเทลวิชั่น จำกัด

540 อาคารเมอร์คิวรี่ ชั้น 17 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 658-5800

32
FES
บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด *

87/2 อาคารซีอาร์ซี์ทาวเวอร์ ชั้น 18 ออลซีซั้นส์เพลส ถ.วิทยุ แขวงลุมพีนี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 648-1111

33
FINANSA
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด *

48/14-15 อาคารทิสโก้ทาวเวอร์ ชั้น 8 ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. 10500

(02) 638-0300

34
PHILIP
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) *

849 อาคารวรวัฒน์ ชั้น 15 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

(02) 268-0999

38
US
บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) *

1550 อาคาร แกรนด์อัมรินทร์ทาวเวอร์ ชั้น 4-5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10310

(02) 207-0038

41
JPM
บริษัทหลักทรัพย์ เจ.พี. มอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด

20 อาคารบุปผจิต ชั้น 2-3 ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

(02) 684-2600

42
KIMENG
บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) *

540 อาคารเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ ชั้น 8-10 ถ.เพลินจิต ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 658-6300

43
BNPPP
บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พารีบาส์ พีรีกริน (ประเทศไทย) จำกัด

990 อาคารอับดุลราฮิม ชั้น 29 ถ.พระราม4 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ10550

(02) 659-8999

45
CLSA
บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด

87 อาคารเอ็ม ไทย ทาวเวอร์ ชั้น 16 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 253-2945

47
ZMICO
บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) *

287 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น 16 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500

(02) 695-5000

49
UBS
บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย)จำกัด

93/1 อาคารดีทแฮล์ม ทาวเวอร์ เอ ชั้น 13 ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

(02) 651-5700

หมายเหตุ:
* หมายถึง บริษัทที่ให้บริการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต

 

ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และภาษีอากรเกี่ยวกับหุ้น

ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Commission Fees)

เมื่อคุณได้รับการยืนยันผลการซื้อขาย คุณจะต้องจ่ายเงินค่าซื้อหลักทรัพย์ หรือรับเงินค่าขายหลักทรัพย์ ณ วันทำการที่ 3 หลังจากเกิดรายการซื้อหรือขายขึ้น (T+3 โดย T = วันที่เกิดรายการซื้อขาย)

ซึ่งคุณจะต้อง จ่ายค่าธรรมเนียม หรือ "คอมมิชชั่น" ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ให้โบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการ ในอัตราที่ตกลงกันไว้ พร้อมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดให้บริษัทสมาชิก เรียกเก็บเงินจากลูกค้าในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.25 ของมูลค่าการซื้อขาย สำหรับลูกค้าทุกประเภท และอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.20 สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต


ภาษีอากรเกี่ยวกับหุ้น

ภาษีอากรสำหรับบุคคลธรรมดา

ในเบื้องต้นนี้ เราได้รวบรวมหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีอากรสำหรับบุคคลธรรมดา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น การลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้ หน่วยลงทุน และพันธบัตรขององค์กรของรัฐบาลที่คุณควรทราบ และง่ายต่อการทำความเข้าใจมาแสดงไว้ในตารางดังนี้

ประเภท
ภาษีอากร
ประเภทของเงินได้
หลักเกณฑ์การเสียภาษีอากร
ภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา

กรณีที่คุณได้รับเงินกำไรจากการ ขายหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์

คุณจะได้รับการยกเว้นไม่ต้อง นำเงินกำไร นั้นมารวมคำนวณเป็น เงินได้เพื่อเสียภาษี

กรณีที่คุณได้รับเงินปันผลจากบริษัท จดทะเบียน, บริษัทจำกัด, หรือบรรษัท เงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

คุณจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10% และเลือกที่จะนำเงินปันผลนั้นมารวม คำนวณเพื่อเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ คุณจะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผล หากเลือกจะนำเงินปันผลนั้นมารวม คำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

กรณีที่คุณได้รับเงินปันผลจาก กองทุนรวม

คุณจะเลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือจะนำเงินปันผลไปรวมคำนวณ เป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีก็ได้ (*)

กรณีที่คุณได้รับเงินปันผลจากบริษัท ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI

คุณจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงิน ปันผลนั้นมารวมคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อเสียภาษี

กรณีที่คุณได้รับดอกเบี้ยหุ้นกู้ หรือดอกเบี้ยพันธบัตรขององค์การ ของรัฐบาล

คุณจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% และมีสิทธิเลือกที่จะไม่นำดอกเบี้ยนั้น มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

คุณจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากบริษัทหลักทรัพย์ที่บริการนายหน้าซื้อขาย หลักทรัพย์ให้แก่คุณในอัตราร้อยละ 7 ของค่าตอบแทน ที่บริษัทหลักทรัพย์นั้นเรียกเก็บ

อากรแสตมป์

ในการโอนใบหุ้น, ใบหุ้นกู้ และพันธบัตร คุณต้องติดอากรแสตมป์บนตราสารการโอน
ในอัตรา 1 บาท สำหรับทุกจำนวน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท โดยคิดตาม ราคาหุ้นที่ชำระแล้ว หรือตามราคาในตราสารโอน (แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า) ยกเว้น ถ้าเป็นการโอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ที่ตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนายทะเบียน หรือเป็นการโอนพันธบัตรรัฐบาล และหน่วยลงทุน ไม่ต้องติดอากรแสตมป์

* กรณีผู้ลงทุนเป็นชาวต่างประเทศ จะไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่สิ้นปีต้องนำเงินปันผล ไปรวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเสมอ

ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Back to ตอนที่1


thank you  : 
http://stockgame.pantip.com/stocklibrary.html   ,  kwanchai@pantip.com  PanTip Stock Game


 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s