เนื้อเยื่อบุมดลูกบุอยู่ (Endometrium)

23 กันยายน 2550

 โรคฮิตของสาวยุคนี้
By Admin Ngamta.com . :: 237 Views ::

Endometriosis โรคฮิตของสาวยุคนี้  มีการพูดถึงกันว่าโรคยอดฮิตที่สุดของสาวสมัยนี้ คือโรคอะไร ?  มีอยู่โรคหนึ่งที่สูตินรีแพทย์บอกว่า
มีคนรอบตัวคุณอย่างน้อยหนึ่งคนแน่ๆ ที่เป็นโรคนี้  โรคฮิตๆ ที่ว่านี้ก็คือ เยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ หรือทางการแพทย์เรียกว่า Endometriosis

กลุ่มหญิงสาวที่มักจะพบว่าเป็นโรคนี้จำนวนมาก คือหญิงสาววัยเจริญพันธุ์ ส่วนใหญ่จะมีอายุ 30 ปีขึ้นไป และที่สำคัญคือยังไม่แต่งงาน หรือยังไม่มีบุตร 
อาการของ Endometriosis นั้นเป็นไฉน…

  • ปวดท้องเวลามีประจำเดือน ซึ่งจะปวดตื้อๆ และปวดนาน
  • ปวดท้องน้อยก่อนหรือหลังมีประจำเดือน
  • ปวดหลัง หรือปวดขาร่วมด้วย
  • มีประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น มีมากผิดปกติ
  • ปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์

ซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ได้รับการรักษา รวมทั้งมีบุตรยากด้วย และมีความเป็นไปได้ที่ผู้หญิงบางคนเป็นโรคนี้โดยที่ไม่มีอาการแสดงอะไรเลยก็ได้
นอกจากตรวจพบโดยบังเอิญ เช่น จากการตรวจภายใน หรือมีการผ่าตัดภายในช่องท้องแล้วพบเข้า

อาการมากมายเหล่านี้มักจะเป็นทุกครั้งของการมีรอบเดือน จึงทำให้ผู้หญิงเบื่อหน่าย บางคนถึงขั้นเป็นโรคกลัวการมีประจำเดือนไปเลย เพราะรู้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
ครั้นจะไปให้คุณหมอตรวจหรือก็กลัวอยู่ไม่น้อย กลัวสารพัด อายบ้าง กลัวเจ็บบ้าง ที่สำคัญกลัวพบว่าเป็นมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์

รูปการของผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จึงประวิงเวลาการไปหาหมอให้นานที่สุดจนทนไม่ไหว เนื่องจากอาการของโรครุนแรงมากขึ้นทุกเดือน การไปตรวจรักษาแต่เริ่มแรกมีอาการเพียงน้อย
ย่อมลดเวลาแห่งความทรมานลงได้มากโข และเพิ่มโอกาสการรักษาโรคให้หายได้มากขึ้นไปด้วย ดังนั้นอย่าทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดประจำเดือนกันอยู่เลยนะคะ
รีบๆ ไปตรวจซะ
เยื่อบุมดลูก (Endometrium) เกิดขึ้นได้อย่างไร
ตามธรรมชาติแล้วภายในของมดลูกจะมีเนื้อเยื่อบุมดลูกบุอยู่ (Endometrium) แต่หากเกิดเนื้อเยื่อบุเหล่านี้ไปขึ้นอยู่ผิดที่ผิดทางนอกมดลูก จะเรียกว่า Endometriosis
เช่น ไปเกิดขึ้นที่รังไข่ เป็นต้น การเกิดโรคนี้ถือเป็นการทำงานผิดพลาดของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง

ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง จะถูกควบคุมโดยต่อมใต้สมอง(Pituitary gland) ซึ่งทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนไปกระตุ้นรังไข่ให้สร้างไข่และฮอร์โมนเพศ คือเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
ที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของผู้หญิง เช่น เต้านม ลักษณะทางเพศ รอบประจำเดือน อารมณ์ การเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์

ฮอร์โมนเพศทั้งสองชนิดนี้ที่หลั่งจากรังไข่จะเป็นตัวทำให้เยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตและหนาขึ้น โดยประมาณในวันที่ 21 นับจากวันแรกของการมีรอบเดือน ซึ่งเยื่อบุนี้จะมีต่อมมากมาย
และมีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยง เพื่อพร้อมแก่การฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิ แต่หากไม่มีการปฏิสนธิ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดระดับลง
เยื่อบุมดลูกก็จะสลายตัวและขับออกมาเป็นรอบเดือน

Endometriosis เกิดขึ้นจากเนื้อเยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตผิดที่
หากว่าเยื่อบุมดลูกเกิดขึ้นนอกมดลูก ก็จะทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ที่เล่ามาข้างต้น บริเวณส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นได้คือใกล้ๆ มดลูก แม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง
แต่ทางการแพทย์เชื่อว่า เกิดจากการไหลย้อนกลับของเลือดประจำเดือน ผ่านทางหลอดมดลูก ไปฝังตัวตามที่ต่างๆ เช่น ที่รังไข่ บริเวณอุ้งเชิงกราน
หรือบริเวณนอกมดลูกเกิดเป็นเซลล์เยื่อบุที่มีลักษณะเหมือนถุงน้ำที่มีเลือดออกอยู่ภายในและไม่สามารถขับออกมาได้
เมื่อหมดรอบเดือนน้ำก็จะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายเหลือแต่เลือดเข้มข้นค้างอยู่ นานเข้าก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล หลายคนจึงเรียกว่า ช็อกโกแลตซีส (Chocolate cyst)

เมื่อถึงเวลารอบเดือนถัดไป มีการตกไข่และมีการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนอีก เนื้อเยื่อบุนอกมดลูกเหล่านี้ก็จะตอบสนองต่อฮอร์โมนด้วยเช่นเดียวกับเยื่อบุที่อยู่ภายในมดลูก
คือสามารถเจริญเติบโต หนาตัวขึ้น สลายตัว และขับออกเป็นเลือดประจำเดือนได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นนอกมดลูกจึงไม่สามารถขับออกได้ และจะยิ่งเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเพราะมีการสะสมของเลือดมากขึ้น
ซึ่งหากไปดันหรือกดเอาอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะ หรือผนังช่องท้อง ผนังลำไส้ก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นอาการปวดท้องขึ้นได้ และหากโชคไม่ดีเยื่อบุที่อุ้มเลือดเก่าๆ
เหล่านี้แตกขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการปวดท้องเฉียบพลันรุนแรงได้ แต่สำหรับบางคน Endometriosis ก็สามารถฝ่อไปได้เองหากมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศ

รักษาแบบไหนดี ?
จุดเด่นที่ทำให้ผู้หญิงที่เป็น Endometriosis ต้องการการรักษาคือ ไม่สามารถทนกับการปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังกล่าวแล้วว่าเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่เหล่านี้
สนองตอบต่อฮอร์โมนเพศที่หลั่งจากรังไข่ การที่จะทำให้อาการของโรคดีขึ้นได้มีวิธีธรรมชาติอยู่ 2 ทางคือ การตั้งครรภ์และการหมดประจำเดือน เพราะช่วงตั้งครรภ์จะไม่มีการตกไข่
และการมีประจำเดือนก็หยุดไป ส่วนช่วงหมดประจำเดือน รังไข่จะหยุดสร้างฮอร์โมนและหลั่งฮอร์โมนเพศอย่างถาวร ทำให้เยื่อบุที่ขึ้นผิดที่เหล่านี้ลดและฝ่อหายไปเองตามธรรมชาติ
ดังนั้นเมื่อแพทย์พบหญิงที่วัย 40 กว่าปี ขึ้นไปหรือใกล้หมดประจำเดือน ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการรักษาเพื่อชะลออาการจนกว่าจะถึงวันนั้น…วันที่หมดประจำเดือน

Endometriosis เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายมากนัก และไม่ใช่มะเร็ง แต่จะทำให้ปวดท้องมากเมื่อมีประจำเดือนเท่านั้น สำหรับหญิงสาววัยเจริญพันธุ์ที่เป็น Endometriosis
การรักษาก็มีความสำคัญ เพื่อหยุดอาการปวดท้อง ลดการดำเนินไปของโรค แก้ไขการมีบุตรยาก และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับอวัยวะใกล้เคียง เช่น อาจเกิดพังผืดจนเกาะกับผนังลำไส้ เป็นต้น

สูตินรีแพทย์จะวินิจฉัยการรักษาตามความเหมาะสมของแต่ละรายไป ซึ่งการรักษานั้นมีหลายแนวทาง  ได้แก่ 
    

  • การรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมน 
    มีหลายลักษณะทั้งแบบฉีด และยาเม็ดสำหรับรับประทาน บางชนิดมีระยะเวลาและปริมาณกำหนดการใช้ เนื่องจากเป็นฮอร์โมนจึงมี อาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้
  • การผ่าตัด
    ผ่าตัดใหญ่ทางหน้าท้อง เพื่อตัดเอาเนื้อเยื่อบุมดลูกที่เจริญผิดที่ออก หากจำเป็นแพทย์อาจพิจารณาตัดออกทั้งมดลูกและรังไข่ หรือแต่เพียงรังไข่ข้างที่มีปัญหา
    เพื่อตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป 

     ผ่าตัดด้วยกล้องส่อง Laparoscope วิธีนี้จะเจ็บตัวน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าแบบผ่าตัดหน้าท้อง เพราะเจาะผ่านหน้าท้องเพียง 3-4 รู เท่านั้น

  • การรักษาร่วม คือ หลังจากผ่าตัดนำเนื้อเยื่อบุที่เจริญผิดที่ออกแล้ว แพทย์อาจให้การรักษาต่อเนื่องด้วยการให้ฮอร์โมนร่วมด้วย

      แต่ไม่ว่าคุณผู้หญิงจะได้รับการรักษาแบบใดไปแล้วนั้น ความจริงสิ่งหนึ่งก็คือ โอกาสที่โรค Endometriosis นี้จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก (ในกรณีที่ไม่ได้ตัดออกทั้งมดลูกและรังไข่)
แต่ผลดี ก็คือ อาจทำให้มีโอกาสมีบุตรได้ง่ายขึ้น อย่าลังเลเลยนะคะเมื่อคุณมีอาการปวดท้องผิดปกติ หรือรุนแรงขึ้นเมื่อคุณมีประจำเดือน รีบหาหมอวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ หากพบว่าเป็น Endometriosis
ก็นับว่ายังโชคดีกว่าเป็นอย่างอื่นค่ะ
 
ข้อมูล : Healt today

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s